ยุทธศาสตร์โคเนื้อ


 
  • การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์
  1. จัดตั้ง คณะกรรมการกิจการโคเนื้อแห่งชาติิ (โดยอาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี) ปฏิบัติภารกิจที่กล่าวถัดไปให้เป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี และให้มีการติดตามประเมินผลงานเป็นระยะๆ

    • จัดตั้ง คณะกรรมการกิจการโคเนื้อแห่งชาติิ ประกอบด้วย

    • นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการฯ
    • ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมส่งเสริมสหกรณ์ — อธิบดี กสส. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร — ผอ.สศก. และ สำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ – ผอ. สทศ.)
    • ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ (อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และ อธิบดีกรมการค้าภายใน)
    • ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข (คณะกรรมการอาหารและยา)
    • ผู้แทนกระทรวงการคลัง (สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง – ผอ. สวค./ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง — ผอ. สศค.)
    • ตัวแทนเกษตรกรผู้ผลิตโคเนื้อ
    • ตัวแทนบริษัทผู้แปรรูปโคเนื้อรายใหญ่ 2 ราย
    • ตัวแทนสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค – สคบ. สำนักนายกรัฐมนตรี
    • ผู้เชี่ยวชาญ/นักวิชาการไม่เกิน 3 ท่าน

    • จัดให้มี สำนักงานคณะกรรมการกิจการโคเนื้อแห่งชาติิ ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานเลขานุการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการทำงานของ คณะกรรมการฯ

    • ภารกิจหลักของ คณะกรรมการฯ

    • ติดตามความเคลื่อนไหวด้านอุปสงค์และอุปทานโคเนื้อและผลิตภัณฑ์ในประเทศ และต่างประเทศที่ส่งผลกระทบผู้ประกอบการโคเนื้อในประเทศ
    • ประมาณการความต้องการโคเนื้อ ในแต่ละปีล่วงหน้า
    • บริหารจัดการให้มีเนื้อโคที่เพียงพอและสอดรับกับความต้องการเนื้อโคในประเทศ และ/หรือขยายตลาดโคเนื้อไปยังประเทศใกล้เคียง
    • ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกกฎหมาย กฎกระทรวง กฎระเบียบเพื่อให้การทำงานของ คณะกรรมการฯ สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย
    • มีความเป็นอิสระในการกำกับดูแลและบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานโคเนื้อ และปัจจัยการผลิต ที่ใช้ในการผลิตอาหารโคเนื้อ เพื่อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
    • ให้ คณะกรรมการฯ มีอำนาจในการขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการโคเนื้อ มาร่วมกันจัดทำแผนงาน และโครงการในแต่ละด้าน ตามแนวทางที่เสนอให้สอดประสานกัน และให้แล้วเสร็จภาย ใน1 เดือน เมื่อขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) และคณะรัฐมนตรีต่อไป

  2. คณะกรรมการฯ เป็นแกนกลางในการประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการฟาร์มโคเนื้อ รวมถึงระบบ Logistics ตลอดห่วงโซ่อุปทานโคเนื้อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ภายในระยะเวลา 3-5 ปี


    • ประสานความร่วมมือกับกลุ่มเกษตรกร และ สหกรณ์โคเนื้อทั่วประเทศ ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานโคเนื้อด้วยการขึ้นทะเบียนฟาร์มในสังกัดสหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกรและดำเนินการ ให้เป็นฟาร์มโคเนื้อมาตรฐานโดยกำกับดูแลทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพตลอดห่วงโซ่ และสามารถตรวจย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของเนื้อโคได้ (Traceability) ทั้งประเทศ
    • สนับสนุนกระบวนการปรับปรุงบำรุงพันธุ์โคเนื้อ ที่ต้องทำควบคู่ไปกับการวิจัยพัฒนาอาหารหยาบที่ให้โปรตีนสูงเพื่อลดต้นทุนการผลิต (เพิ่มประสิทธิภาพให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อมีศักยภาพในการแข่งขัน) ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวตามสมควร โดยจัดเวทีให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องปรึกษาหารือหาทางออกร่วมกัน และมีกระจายผลประโยชน์จากวิธีการจัดการที่มีประสิทธิภาพดังกล่าวย้อนกลับไปยังต้นห่วง โซ่อุปทาน
    • สนับสนุน ส่งเสริม และจัดระบบให้เกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อในเขตชายแดนไทยที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านและ/หรือ ส่งเสริมในฝั่งชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ให้ได้โคเนื้อมาตรฐานเพื่อลดการลักลอบ นำเข้าโคและการระบาดของโรคสัตว์ในประเทศ ซึ่งจะทำให้ไทยมีอุปทานโคเนื้อเพียงพอกับความต้องการในประเทศ และสามารถส่งออกได้ในอนาคตเมื่อไทยได้รับการรับรองว่าปลอดจากโรคปากเปื่อย-เท้าปื่อย (Rotted Foot-and-Mouth Disease)
  3. คณะกรรมการฯ เป็นแกนกลางในการพัฒนาและปรับปรุงโรงฆ่าสัตว์ให้ได้มาตรฐานสากล ภายในเวลา 3 ปี


    • สนับสนุนให้มีการพัฒนาโรงฆ่าให้ได้มาตรฐานถูกสุขอนามัยและเป็นที่ยอมรับ อาทิ ให้ได้รับการรับรอง GMP และ HACCP เป็นต้น
    • สนับสนุนให้มีการสร้างมูลค่าเพิ่มในการแปรรูปเนื้อโค เช่น การชำแหละเป็นชิ้นส่วนต่างๆ การบ่ม/หมักประเภทของเนื้อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากเนื้อโค เป็นต้น
     
FTAMonitoring.org   Previous Back to Top 
   

 
About Us   l   FTA News & Update   l   FTA Library   l   Web Board   l   FAQs   l   Contact Us
 
Powered by Fiscal Policy Research Institute Foundation
Tipco Tower, 30th Floor, 118/1 Rama 6 Road, Samsen Nai, Phayathai, Bangkok 10400
Tel. 02-357-3490-6 Fax. 02-357-3499 e-mail. fta@fispri.org

Copyright © 2004-2007. All rights reserved