ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 ความตกลงเขตการค้าเสรี ไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand-New Zealand Closer Economic Partnership) จะมีผลใช้บังคับ
"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์ นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา FTA ฝ่ายไทย ถึงภาพรวมที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ และแนวทาง
ในอนาคตเพื่อรองรับการเจรจา FTA กับประเทศอื่นๆ
- ภาพรวมการเจรจาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
รูปแบบการเจรจาเป็นแบบ comprehensive ครอบคลุมทุกเรื่อง ทั้งด้านสินค้า บริการ ลงทุน ความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการค้า เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทรัพย์สินทางปัญญา
การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ และนโยบายการแข่งขัน แต่ทั้งสองฝ่ายใช้เวลาในการเจรจาไม่นาน ในช่วงแรกยอมรับว่า นิวซีแลนด์ยื่นข้อเสนอโดยต้องการได้มากกว่าออสเตรเลีย แต่ไทยยึดหลักให้
เท่ากับที่เปิดให้กับออสเตรเลีย ตอนช่วงก่อนที่การเจรจาจะจบ ทางนิวซีแลนด์รุกมาก แต่ไทยไม่ยอม ท้ายที่สุดนิวซีแลนด์ต้องยอมไทย
- สินค้าไทยที่จะได้ประโยชน์จาก FTA ไทย-นิวซีแลนด์
การลดภาษีสินค้าเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งทั้งสองประเทศเจรจากันว่า จะลดภาษีเท่าไหร่ เปิดตลาดอย่างไร ครอบคลุมทุกรายการ ไม่ยกเว้น มีข้อแตกต่างที่บางรายการลดภาษีเร็ว
บางรายการลดภาษีช้า โดยนิวซีแลนด์จะลดภาษีสินค้าจำนวน 5,878 รายการ หรือคิดเป็นร้อยละ 79 ของรายการสินค้าทั้งหมด เหลือร้อยละ 0 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2548 และ
จะทยอยลดภาษีสินค้าอีก 697 รายการ หรือร้อยละ 9 ของรายการสินค้าทั้งหมดลงเหลือร้อยละ 0 ภายในปี 2553 ยกเว้นสินค้าที่เกี่ยวกับ
สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และรองเท้า ซึ่งมีจำนวน 858 รายการ หรือร้อยละ 11 ของรายการสินค้าทั้งหมดจะลดลงเหลือร้อยละ 0 ภายในปี 2558
สินค้าส่งออกของไทยที่จะได้ประโยชน์ เช่น รถปิกอัพ กุ้งแช่แข็ง ทูน่ากระป๋อง อาหารทะเลกระป๋อง เม็ดพลาสติก พลาสติก และของทำจากพลาสติก เฟอร์นิเจอร์
ของปรุงแต่งจากธัญพืช อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง แก้วและเครื่องแก้ว เครื่องจักรกล และอาหารแมวและสุนัข
- สินค้านิวซีแลนด์ที่จะได้ประโยชน์
สินค้าที่นิวซีแลนด์จะได้ประโยชน์ เช่น นมผงเลี้ยงทารก อาหารปรุงแต่งสำหรับเลี้ยงทารก ของปรุงแต่งจากธัญพืช ปลาและสัตว์น้ำ ไม้และของ ทำด้วยไม้ พลาสติกและของ
ทำด้วยพลาสติก กระดาษและของทำด้วยกระดาษ วิตามินและโปรตีน อาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น โดยสินค้าไทยจำนวน 2,978 รายการ หรือร้อยละ 54 ของจำนวนรายการ
ทั้งหมดจะลดลงเหลือร้อยละ 0 ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 และภายใน 5 ปี (ปี 2553) จะลดภาษีลงอีก 1,961 รายการ หรือร้อยละ 35 ส่วนสินค้าอ่อนไหวจำนวน 520 รายการ
จะลดภาษีเหลือร้อยละ 0 ภายใน 7-10 ปี เช่น สิ่งพิมพ์ ไฟเบอร์บอร์ด พาร์ติเคิลบอร์ด และสินค้าเกษตรอ่อนไหว จำนวน 46 รายการ จะลดภาษีเหลือร้อยละ 0 ภายใน 10-15 ปี
เช่น สินค้าปศุสัตว์ (เนื้อวัว เนื้อหมู นม เนย)
- สินค้านมผงที่ไทยแข่งขันไม่ได้มีทางออกอย่างไร
เราขอใช้มาตรการปกป้องพิเศษ (special safe guards หรือ SSG) กับสินค้า 23 รายการ รวมนมผงพร่องมันเนย ซึ่งไทยจะเปิดเสรีให้นิวซีแลนด์ในปี 2568 ทั้งนี้นิวซีแลนด์ไม่ได้ขอโควตาเพิ่มเหมือนออสเตรเลีย เพราะเขาเชื่อมั่นในความสามารถในการแข่งขันของเขา
- หลังทำ FTA แล้ว คาดว่ามูลค่าการค้าจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด
คาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 เราไม่คาดหวังมาก แต่ผู้บริโภคนิวซีแลนด์มีรายได้สูง ที่การเจรจาจบได้โดยใช้เวลาไม่นานเนื่องจากนิวซีแลนด์อยากทำ FTA กับไทย เพราะออสเตรเลียสามารถตกลงทำ FTA กับไทยได้แล้ว และการทำ FTA
ถือเป็นยุทธศาสตร์ของไทย เราเริ่มจากกลุ่มอาเซียนก่อน แล้วจึงกระจายไปจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง
หากไปทางใต้จะไปออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ถ้าเราทำได้ครอบคลุมทั้งหมด เราจะเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค จะทำให้เราได้รับความสนใจจากประเทศมหาอำนาจ ถือเป็นจุดดึงดูดของไทย หลังจากที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จีนเปิดตลาดทำให้การลงทุนไหลไปจีนหมด
แต่ไทยถือเป็นตลาดเล็ก ดังนั้นการทำ FTA จะช่วยให้นักลงทุนต่างชาติหันกลับมามองไทย
- ที่ผ่านมานิวซีแลนด์ใช้มาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ (SPS) มากีดกันการส่งออกของไทย
นิวซีแลนด์มีมาตรการ SPS ที่เข้มงวด ทำให้สินค้าผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ของไทยไม่สามารถส่งออกไปนิวซีแลนด์ได้ เพราะติดขั้นตอนกระบวนการวิเคราะห์ตรวจสอบที่ล่าช้ามาก ดังนั้น ภายใต้ความตกลงฯ ไทยและนิวซีแลนด์ได้จัดตั้งคณะ
กรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ มีการระบุ priority products ที่ต้องแก้ปัญหาภายใน 2 ปี สำหรับสินค้าไทย ได้แก่ ลำไย ลิ้นจี่ ทุเรียน ขิงสด สับปะรด ส่วนนิวซีแลนด์ขอให้เร่งแก้ปัญหาหัวมันฝรั่งที่ตัดติดดินมา
กลุ่มนักธุรกิจโคนมและสหกรณ์โคนมจะเดินทางไปนิวซีแลนด์เพื่อศึกษาความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ ให้นิวซีแลนด์เข้ามาช่วยพัฒนาโคนมไทย โดยเราไม่ควรมองว่า ตลาดมีจำกัดเพียงแค่ในไทย แต่ควรมองอินโดจีนเป็นตลาดด้วย
ดังนั้นหากนิวซีแลนด์ช่วยไทยเรื่องเทคโนโลยีจะเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย
- ดูเหมือนว่าการทำ FTA กับหลายประเทศเริ่มมีปัญหา และมีคนต่อต้านมากอ
ยอมรับว่า ที่ผ่านมาเราพยายามให้ข้อมูลกับ ผู้ส่งออก ผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะได้รับผลกระทบและประชาชนทั่วไป แต่ดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ดังนั้นเราจะปรับยุทธศาสตร์ใหม่ หันมาทำในเชิงรุกมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาเราพบว่ามีปัญหาคือ
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีหน้าที่ในการเจรจาการค้า แต่มีจุดอ่อนหลายข้อ เช่น ในฐานะกรมต่อกรม ไม่ได้รับความร่วมมือเต็มที่ เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เจรจาไม่มีเวลาวางแผน ทำแต่ปัญหาเฉพาะหน้า มีปัญหาเรื่องการให้ข้อมูล
และขาดการวางแผนระยะยาว ไม่มีหน่วยราชการรับผิดชอบชัดเจน
ดังนั้นทางออกคือ เราจะจัดตั้งศูนย์ประสานนโยบายและข้อมูลการเจรจาการค้า มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้อำนวยการ มีรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการ และอธิบดีในคลัสเตอร์ต่างประเทศ ทีมงานจากกรมเจรจาการค้า
ระหว่างประเทศ และสำนักงานปลัดกระทรวงฯ เป็นคณะทำงานทำหน้าที่วางยุทธศาสตร์มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การเปิดเสรีสิ่งทอ ทุกคนไม่เข้าใจในภาพรวม แต่พอเจาะในสินค้าเขาจะห่วง และไม่มีใครอธิบาย ข้อมูลในการเจรจาทั้งหมด
เราทำบัญชีและส่งไปให้กลุ่มนักธุรกิจโคนมและสหกรณ์โคนมจะเดินทางไปนิวซีแลนด์เพื่อศึกษาความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ ให้นิวซีแลนด์เข้ามาช่วยพัฒนาโคนมไทย โดยเราไม่ควรมองว่า ตลาดมีจำกัดเพียงแค่ในไทย แต่ควรมอง
อินโดจีนเป็นตลาดด้วย ดังนั้นหากนิวซีแลนด์ช่วยไทยเรื่องเทคโนโลยีจะเป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย
- ดูเหมือนว่าการทำ FTA กับหลายประเทศเริ่มมีปัญหา และมีคนต่อต้านมาก
ยอมรับว่า ที่ผ่านมาเราพยายามให้ข้อมูลกับ ผู้ส่งออก ผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะได้รับผลกระทบและประชาชนทั่วไป แต่ดูเหมือนจะไม่เพียงพอ ดังนั้นเราจะปรับยุทธศาสตร์ใหม่ หันมาทำในเชิงรุกมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาเราพบว่ามีปัญหา
คือ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีหน้าที่ในการเจรจาการค้า แต่มีจุดอ่อนหลายข้อ เช่น ในฐานะกรมต่อกรม ไม่ได้รับความร่วมมือเต็มที่ เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เจรจาไม่มีเวลาวางแผน ทำแต่ปัญหาเฉพาะหน้า มีปัญหาเรื่องการให้ข้อมูล
และขาดการวางแผนระยะยาว ไม่มีหน่วยราชการรับผิดชอบชัดเจน
ดังนั้นทางออกคือ เราจะจัดตั้งศูนย์ประสานนโยบายและข้อมูลการเจรจาการค้า มีปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้อำนวยการ มีรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการ และอธิบดีในคลัสเตอร์ต่างประเทศ ทีมงานจากกรมเจรจาการค้า
ระหว่างประเทศ และสำนักงานปลัดกระทรวงฯ เป็นคณะทำงานทำหน้าที่วางยุทธศาสตร์มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การเปิดเสรีสิ่งทอ ทุกคนไม่เข้าใจในภาพรวม แต่พอเจาะในสินค้าเขาจะห่วง และไม่มีใครอธิบาย ข้อมูลในการเจรจาทั้ง
หมดเราทำบัญชีและส่งไปให้
|