FTAs |
ประเด็นสำคัญของความตกลง |
ความเห็นต่อเงื่อนไขด้านกฎหมาย |
| FTA: ไทย-จีน |
เป็นความตกลงการค้าเสรีที่เน้นการเปิดตลาดสินค้าเป็นหลัก โดยมีการเปิดตลาดในหมวดผัก ผลไม้พิกัด 07-08 มีผลบังคับใช้ 1 ต.ค. 46 และหมวดสินค้าเกษตรในรายการพิกัด 01-06 มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 47 และที่เหลือเป็นการเปิดตามกรอบอาเซียน-จีน มีผลบังคับใช้ 1 ก.ค. 48 |
ความตกลงเป็นการลดภาษี และขจัดปัญหาอุปสรรคด้าน มาตรการที่มิใช่ภาษีเป็นหลัก โดยไม่ต้องมีการแก้ไข/เปลี่ยนแปลงข้อกำหนด
ในกฎหมายใดๆ รวมทั้งไม่ต้องมีการออกกฏหมายใหม่ การปรับลดอัตราภาษี ดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ ในพ.ร.บ. ศุลกากร ที่อนุญาตให้มีการปรับลดอัตราภาษีได้ โดยไม่ต้องมีการแก้ไข/เพิ่มเติมเงื่อนไขใน พ.ร.บ. จึงถือว่าไม่จำเป็นต้องผ่านรัฐสภา |
| FTA: ไทย-ออสเตรเลีย |
เป็นความตกลงการค้าเสรีที่เป็นประเภทความ
ร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด (Closer Economic
Partnership) มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 48 โดยมีการ
เปิดตลาดสินค้า และเปิดบริการและการลงทุนโดยมี
เงื่อนไขว่าต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับภายใน
ของไทย และเป็นไปตาม พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจของ
คนต่างด้าว ปี 2542 |
ในประเด็นการเปิดตลาดสินค้าก็เช่นเดียวกับ
FTA ไทย-จีน ขณะที่การเปิดตลาดบริการและการลงทุน ก็มีขอบเขตการเปิดตลาดเป็นไปตามเงื่อนไขของข้อ
กฎหมายไทย ไม่ต้องมีการแก้ไข หรือต้องออกกฎหมาย
ใหม่ จึงไม่จำเป็นต้องผ่านรัฐสภา |
| FTA: ไทย-นิวซีแลนด์ |
เป็นความตกลงในลักษณะเดียวกับ FTA:ไทย-ออสเตรเลีย มีผลบังคับใช้ 1 ก.ค. 48 |
เช่นเดียวกับ FTA ไทย-ออสเตรเลีย |
| FTA: ไทย-อินเดีย |
เป็นความตกลงการค้าเสรี ที่เน้นการเปิดตลาดสินค้า โดยทะยอยเปิดสินค้าในกลุ่มเร่งลดภาษี (Early Harvest) จำนวน 82 รายการก่อน มีผลบังคับใช้ 1 ก.ย. 47 ส่วนสินค้ารายการที่เหลือ รวมทั้งบริการและการลงทุนยังไม่ได้มีการเจรจาต่อ |
ความตกลงด้านการเปิดตลาดสินค้า จึงอยู่ในเงื่อนไขของการปรับลดภาษีที่ไม่ขัดกับ พ.ร.บ. ศุลกากร และยังไม่ต้องแก้ไข หรือออกกฎหมายใดๆ จึงไม่จำเป็นต้องผ่านรัฐสภา |
| FTA: ไทย-บาห์เรน |
เป็นประเภทความร่วมมือที่เป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership) มีผลบังคับใช้ 29 ธ.ค. 45 แต่ไม่มีความคืบหน้าในทางปฏิบัติ |
ไม่มีประเด็นในการต้องแก้ไข หรือออกกฎหมาย จึงไม่ต้องผ่านรัฐสภา |
| FTA: ไทย-เปรู |
เป็นความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด (Closer Economic Partnership) ลงนามกรอบความตกลง 17 ต.ค. 46 แต่ไม่ความคืบหน้าในทางปฏิบัติ |
เช่นเดียวกับ FTA ไทย-บาห์เรน |
| FTA: ไทย-ญี่ปุ่น |
เป็นความตกลงประเภทพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด (JTEPA: Japan-Thailand Economic
Partnership Agreement) เริ่มเจรจาตั้งแต่ ก.พ. 47 ปัจจุบันหยุดชะงักจากปัญหาการเมืองของไทย (ตามกำหนดการเดิมจะลงนามความตกลงในเดือน เม.ย. 49) เน้นการเปิดตลาดสินค้า และความร่วมมือด้านขจัดปัญหาอุปสรรคด้านบริการ และการลงทุน รวมทั้งความร่วมมือด้านการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีต่างๆ เป็นสำคัญ
|
เช่นเดียวกับ FTA อื่นๆ ข้างต้น ที่ยังไม่มีเงื่อนไขที่ต้องแก้ไขกฎหมาย หรือออกกฎหมายเพิ่มเติม จึงไม่ต้องผ่านรัฐสภา |
| FTA: ไทย-สหรัฐฯ; |
ความตกลงทางการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Agreement) เริ่มเจรจา มิ.ย. 47 และต้องชะงักลงจากปัญหาการเมืองของไทย |
เป็นกรณีเดียวในทุก FTA ที่กล่าวถึงมาข้างต้น ที่มีประเด็นน่าเป็นห่วงด้านกฎหมาย โดยเฉพาะสหรัฐฯ รุกในประเด็นการเปิดเสรีทางการเงินที่หากไทยยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ไทยจะต้องมีภาระผูกพันตามบทบริการทางการเงิน ที่ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฏหมายภายในประเทศของไทย ซึ่งจะต้องนำไปสู่การแก้ไขกฏหมาย และจำเป็นต้องมีการเสนอให้รัฐสภาพิจารณา |