| วันที่ |
ประเด็นข่าว/เหตุการณ์ความเคลื่อนไหวที่สำคัญ |
22 มิถุนายน 2548
แหล่งข่าว : ฐานเศรษฐกิจ |
เอฟทีเอไทย-บาห์เรนส่อเค้าแท้ง กลุ่ม GCC บีบยกเลิกอ้างแหกกฎ
เอฟทีเอไทย-บาห์เรนส่อล่มกลางครัน กลุ่ม GCC ฟันเปรี้ยงแหกกฎ หากอยาก
ทำกับไทยต้องทำในนามกลุ่มตามอย่างเอฟทีเออื่น ล่าสุดบาห์เรนเสนอแนวทางใหม่ไทยแล้ว พาณิชย์ยอมรับเป็นเรื่องจริงแต่ยังไม่ได้รับหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการ...(อ่านต่อ)  |
16 ธันวาคม 2547
แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ |
ดันไทยแลนด์บิสซิเนสเซ็นเตอร์ ในบาห์เรนขายส่ง-ปลีกตอ.กลาง
ไทยเตรียมปักธง ตั้ง Thailand Business Center ในบาห์เรน ต่อยอดเอฟทีเอ รุกตลาดใน
อ่าวอาหรับ 22 ล้านคน ตัดสินใจเลือกอาคารย่านใจกลางเมือง บนถนน Government
Avenue แสดงสินค้าขายส่ง-ปลีก ระบุผู้ให้เช่าใจป้ำพร้อมปรับปรุงภายในอาคารและสิ่ง
อํานวยความสะดวก เสร็จภายใน 4-5 เดือน ...
(อ่านต่อ)  |
21 พฤษภาคม 2547
แหล่งข่าว: ไทยรัฐ |
"น.ส.พ.ยูมิอูริ"
เปิดช่องไทยเชื่อมเอฟทีเอ ชักจูงเกษตรกรญี่ปุ่นอย่ากลัวไทยบุก
นายพิศาล มาณวพัฒน์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาเขตการค้าเสรี
(เอฟทีเอ) ไทย-ญี่ปุ่น เปิดเผยว่า หนังสือพิมพ์ยูมิอูริ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในญี่ปุ่น
ได้เชิญให้ไปร่วมอภิปรายกับผู้นำภาคเอกชน วิชาการ และกลุ่มเกษตรญี่ปุ่น
เรื่องเขตการค้าเสรี ที่กรุงโตเกียว ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ซึ่งจะใช้โอกาสนี้ลดความห่วงกังวลของฝ่ายญี่ปุ่น
โดยเฉพาะภาคเกษตรและประชาชนทั่วไปที่เกรงว่าสินค้าเกษตร และแรงงานมีฝีมือประเภทต่างๆของไทยจะหลั่งไหลไปสู่ญี่ปุ่นมากเกินไป
ดังนั้น ในโอกาสนี้จะได้ชี้แจงให้ทางญี่ปุ่นเข้าใจว่าการจัดทำเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น
จะมุ่งเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกัน มุ่งขยายผลประโยชน์ร่วม โดยคำนึงถึงจุดเปราะบางทั้งสองฝ่าย
เช่น ไทยจะคำนึงถึงการเปิดเสรีภาคเกษตรของญี่ปุ่น และญี่ปุ่นก็ควรคำนึงถึงการเปิดเสรีภาคบริการ
การเงินของไทย อีกทั้งไทยจะเน้นการส่งออกสินค้าเกษตรที่ไม่มีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเกษตรกรญี่ปุ่น
และจะเน้นความร่วมมือระหว่างสหกรณ์เกษตรด้วยกันเพื่อส่งเสริมรายได้และคุณภาพชีวิต
สำหรับเรื่องแรงงานไทยประเภทต่างๆ จะเน้นการค้าบริการที่ไทยมีศักยภาพและสังคมญี่ปุ่นขาดแคลนหรือต้องการ
เช่น ร้านอาหารไทย การศึกษา สุขภาพและความงาม การบันเทิง นอกจากนี้
จะมีข้อเสนอการอนุญาตให้ชาวญี่ปุ่นเข้ามารับการรักษาพยาบาลในไทยแล้ว
สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลของรัฐบาลญี่ปุ่นได้
เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ชาวญี่ปุ่นใช้บริการที่มีมาตรฐานของไทยแต่ราคาถูกกว่า.
|
| 15 มีนาคม
2547 |
"เขตการค้าเสรี
ไทย-บาห์เรน : ความตกลงฯ ในระดับทวิภาคีฉบับแรกของไทย "
ไทย-บาห์เรน ได้ร่วมลงนามกรอบความตกลงว่าด้วยการเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่
29 ธันวาคม 2545 มีรายการสินค้า ที่นำมาลดภาษีเหลือร้อยละ 0
และ 3 ในเบื้องต้น จำนวน 626 รายการ สินค้าที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว
น้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์พลาสติก สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม
อะลูมิเนียม เครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์รองเท้า
สินค้าหมวดอาหาร (บางรายการ) เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้าสตรี อัญมณี
เครื่องประดับ รถยนต์และส่วนประกอบ
การจัดทำเขตการค้าเสรีไทย-บาห์เรน เป็นความตกลงฉบับแรกในระดับทวิภาคีที่ไทยได้จัดทำกับประเทศคู่เจรจา
ซึ่งรัฐบาลมุ่งหวังที่จะให้เป็น FTA ที่สมบูรณ์ทั้งในเรื่องการเปิดเสรีสินค้าและการค้าบริการ
ในปี 2553 เพราะบาห์เรนเป็นประเทศในกลุ่มสหพันธรัฐอ่าวอาหรับ
(Gulf Cooperation Council: GCC ซึ่งประกอบด้วย 6 ประเทศ คือ
บาห์เรน การ์ตา สหรัฐอาหรับเอมิ-เรตส์ โอมาน ซาอุดิอาระเบีย
และ คูเวต) การจัดทำเขตการค้าเสรีกับบาห์เรนจะทำให้ไทยสามารถใช้บาห์เรนเป็นประตูสู่การค้าและการลงทุน
ในประเทศกลุ่ม GCC ที่มีกำลังซื้อสูง รวมทั้งการได้รับความสะดวกในการส่งสินค้ามากขึ้น
ส่วนบาห์เรนสามารถใช้ไทยเป็นประตูการค้าและการลงทุนสู่กลุ่มประเทศอาเซียน
เขตการค้าเสรี ไทย-บาห์เรน จะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค
ทั้งผู้ผลิตเพื่อการส่งออก ผู้ผลิตภายในประเทศ และด้านการค้าบริการ
โดยจะเป็นการขยายการค้าของกลุ่มสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออกสูง
ได้แก่ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มยานยนต์
กลุ่มสินค้าหมวดอาหาร กลุ่มสินค้าหมวดสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป
และสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตในกลุ่มสินค้าบางชนิดที่ไทยมีความจำเป็นต้องนำเข้า
เนื่องจากบาห์เรนเป็นแหล่งวัตถุดิบราคาถูกแห่งใหม่ของไทย เช่น
ด้ายบางชนิด อะลูมิเนียมขึ้นรูป ปุ๋ย ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีบางชนิด
เป็นต้น ส่วนสาขาการค้าบริการที่คาดว่าไทยจะได้รับประโยชน์จากการจัดทำ
FTA ได้แก่ สาขาก่อสร้างและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง สาขาบริการด้านสุภาพ
สาขาท่องเที่ยว (ร้านอาหาร โรงแรม) สาขาบริการเสริมความงามและผ่อนคลาย
(ธุรกิจสปา นวดแผนไทย ร้านตัดผม) และสาขาที่บาห์เรนอาจได้รับประโยชน์เนื่องจากมีความชำนาญ
คือ สาขาการบริการด้านการเงิน สาขาโทรคมนาคม ครอบคลุมทุกกิจกรรม
และ สาขาบริการธุรกิจ หลายฝ่ายอาจมองว่า การจัดทำเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับบาห์เรน
ประเทศไทยจะไม่ได้รับประโยชน์มากนัก เนื่องจากบาห์เรนมีสินค้าหลัก
(อะลูมิเนียม) ที่พร้อมจะส่งมาจำหน่ายในประเทศไทย รวมทั้งการให้บริการทางด้านการเงิน
ที่พร้อมจะเข้าจัดตั้งหน่วยธุรกิจในประเทศไทย แต่ควรมองในภาพรวมเพราะไทยมีสินค้าและบริการที่มีศักยภาพหลายชนิดที่สามารถส่งออกไปยังบาห์เรนได้
รวมทั้งประเทศกลุ่ม GCC ที่สามารถใช้เป็นฐานในการขยายการค้าและการลงทุน
ซึ่งอาจได้รับประโยชน์มากกว่าการขยายการค้ากับบาห์เรนโดยตรง
|
| 12 ธันวาคม
2546 |
ความคืบหน้าการจัดทำ
FTA ด้านการค้าบริการไทย-บาห์เรน
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า ขณะนี้ไทยกับบาห์เรนกำลังเจรจาเปิดตลาดการค้าภายใต้กรอบความตกลงเพื่อจัดตั้ง
Closer Economic Partnership Agreement หรือเขตการค้าเสรี (FTA)
ซึ่งการประชุม Technical Expert Group (TEG) ครั้งที่ 4 ณ กรุงนามานา
ประเทศบาห์เรน เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2546 ที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา
FTA ของทั้งสองประเทศ ผลการประชุมมีความคืบหน้าต่อเนื่องจากการประชุมในครั้งที่ผ่านมา
โดยบาห์เรนได้เสนอให้มีการเจรจาในสาขาที่แต่ละฝ่ายให้ความสนใจเป็นพิเศษ
สำหรับสาขาที่บาห์เรนเสนอให้มีการเจรจาในช่วงแรก ได้แก่
- สาขาบริการการเงิน เช่น ธนาคารอิสลาม ประกันภัย และธุรกิจหลักทรัพย์
- สาขาโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Internet
- สาขาบริการธุรกิจรวมทั้งสาขาวิชาชีพ
นอกจากนี้ บาห์เรนได้เสนอให้สิทธิพิเศษและความช่วยเหลือต่อไทยในหลายด้าน
อาทิเช่น เสนอให้ Technical assistance และ Training course
ต่อประเทศไทยในสาขาธนาคารอิสลามและธุรกิจหลักทรัพย์ รวมทั้งจะให้มีการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญระหว่างสองประเทศ
โดยจะให้ Bahrain Institute of Banking and Finance (BIBF) เป็นหน่วยงานประสาน
สำหรับสาขาที่ไทยเสนอให้เจรจาในช่วงแรก ได้แก่
- สาขาก่อสร้าง โดยขอให้สาขาก่อสร้างเป็นเสมือน cluster ซึ่งจะสามารถผูกรวมสาขาอื่นๆ
ที่ไทยต้องการเข้าไปได้ด้วย เช่น วิศวกร สถาปนิก และ กิจกรรมเกี่ยวเนื่อง
- บริการด้านสุขภาพ เช่น โรงพยาบาล และการนวดบำบัด โดยขอให้ชาวบาห์เรนเข้ามาใช้บริการในไทยและสามารถเรียกค่ารักษาพยาบาลจากระบบประกัน
สุขภาพหรือสวัสดิการของรัฐได้
- สาขาการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหารรวมทั้งพ่อครัวและพนักงาน
- บริการเสริมความงามและส่งเสริมสุขภาพ เช่น สปา เสริมความงาม
และตัดแต่งผม
ไทยยังขอให้บาห์เรนเปิดตลาดครอบคลุมเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทห้างร้านและการให้บริการโดยคนไทย
และได้ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนสาขาที่จะเจรจาได้อีก
เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายเจรจาได้ปรับกลยุทธ์ให้เป็นไปตามสถานการณ์การค้าของไทย
|