การประเมินผลกระทบภาพรวม FTA ไทย-ญี่ปุ่น  
 


1) ผลกระทบภาพรวมภายใต้กรอบความตกลง JTEPA* เนื่องจากการเจรจาระหว่างไทยกับญี่ปุ่นยังไม่แล้วเสร็จ** (ณ พฤษภาคม 2548) การศึกษาในที่นี้จึงเป็นการมองและสมมติไปล่วงหน้า ซึ่งความสำคัญของการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไม่ใช่เฉพาะเรื่องภาษี และการค้าสินค้าเท่านั้น แต่กินขอบเขตกว้างขวางมาก โดยความสำเร็จของการทำ FTA น่าจะอยู่ที่ความร่วมมือ และการเปิดเสรี ด้านอื่นๆ นอกเหนือจากการค้าสินค้า อย่างไรก็ตาม การประเมินด้านอื่นๆ ยังมีข้อจำกัดอยู่มากและต้องขึ้นอยู่กับข้อสมมติต่างๆ ดังนั้น การประเมินในที่นี้จึงได้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นดั้งเดิม ที่เป็นพื้นฐาน ของการเจรจาการค้าเสรี คือ Market Access ของสินค้าเป็นหลัก

จากสถิติการค้าระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น พบว่า ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออก อันดับ 2 ของไทย รองจากสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันญี่ปุ่นเป็นตลาดนำเข้าอันดับ 1 ของไทย หากพิจารณาจากการนำ เข้าสินค้าของญี่ปุ่นจากไทย (หรือไทยส่งออกไปญี่ปุ่น) พบว่า อัตราการขยายตัวของการนำเข้าสินค้าไทยของญี่ปุ่นต่ำกว่าประเทศจีน เกาหลี และมาเลเซีย ไทยส่งออกสินค้าในกลุ่มที่ญี่ปุ่นมีอัตราการ ขยายตัวในการนำเข้าสูง แต่ความสามารถในการแข่งขันของไทยต่ำกว่าคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า ไทยกับญี่ปุ่นมีความลำเอียงในการค้าระหว่างกันมาก โดยญี่ปุ่นมีมูลค่าการค้าขายกับไทย มากกว่าคู่แข่งอื่น หรือ ไทยลำเอียงในการส่งออกไปญี่ปุ่นสูง ขณะเดียวกันไทยค้าขายกับญี่ปุ่นมากกว่าคู่แข่งอื่น หรือญี่ปุ่นลำเอียงในการส่งออกมาไทยสูงเช่นเดียวกัน ซึ่งสัมพันธ์กับการที่ญี่ปุ่นมาลง ทุนในไทยมาก

2) การประเมินผลกระทบจากการปรับลดอัตราภาษีในภาพรวม*** พบว่า ในเชิงมหภาค ไทยจะได้รับประโยชน์จากการเปิด เสรีการค้าค่อนข้างชัดเจนทั้งต่อเศรษฐกิจโดยรวม และดุลการค้าระหว่างประเทศ โดยการศึกษานี้ได้ใช้แบบจำลอง Global Trade Analysis Project (GTAP) ซึ่งผลการศึกษามีข้อสรุป ดังนี้

  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคและการค้าระหว่างประเทศ

    การวิเคราะห์เชิงปริมาณเบื้องต้นของผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคจากมาตรการทางการค้าที่เป็นการลดอัตราภาษีจากการจัดตั้ง เขตการค้าเสรีแบบทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น โดยกำหนดให้ แบบจำลองมีการปรับลดระดับอัตราภาษีศุลกากรนำเข้าระหว่างประเทศไทยและประเทศคู่เจรจาทวิภาคีลงเป็นศูนย์ เปอร์เซ็นต์ในทุกรายการสินค้า ผลที่ได้จากแบบจำลอง GTAP พบว่า ภายหลังการจัดตั้งเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคีระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทยจะเพิ่ม ขึ้นร้อยละ 3.35 มูลค่าการนำเข้าของไทยจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.62 มูลค่าการส่งออกของไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.22 อัตราการค้าของไทย (Terms of Trade) จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.60 อย่างไรก็ดี ไทย จะขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นถึง 1,403 ล้านเหรียญสหรัฐ จากมูลค่าการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าการส่งออก (ตารางที่ 1)

ตารางที่ 1 ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาค จากการทำ FTA ไทย- ญี่ปุ่น

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาค

ผลกระทบต่อไทย

ผลกระทบต่อญี่ปุ่น

Norminal GDP (Percent)

3.35

0.10

Import Value (Percent)

11.62

1.71

Export Value (Percent)

9.22

1.22

Terms of Trade (Percent)

2.60

0.03

Trade Balance ($US million)

-1,403.0

-968.7

Equivalent Variation ($US million)

3,237.3

78.0

  • ผลกระทบต่อสวัสดิการสังคม

    ผลกระทบต่อสวัสดิการสังคมที่ได้จากแบบจำลองพบว่า สวัสดิการสังคมของไทยเพิ่มขึ้น 3,237 ล้านเหรียญสหรัฐ สามารถอธิบายได้เป็น 2 ส่วนหลักดังนี้ สวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้นจากการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิ- ภาพมากขึ้น (Allocative Efficiency) คิดเป็นมูลค่า 1,289 ล้านเหรียญสหรัฐ และสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้นจากการ ขยายตัวทางการค้า (Trade Creation) คิดเป็นมูลค่า 1,926 ล้านเหรียญสหรัฐ (ตารางที่ 2)

ตารางที่ 2 ผลกระทบต่อสวัสดิการสังคม จากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีของไทย - ญี่ปุ่น

ผลกระทบต่อสวัสดิการสังคม

ผลกระทบต่อสวัสดิการของไทย

ผลกระทบต่อสวัสดิการของญี่ปุ่น

Allocative Efficiency ($US million)

1,289

-101.8

Terms of Trade ($US million)

1,925.9

403.5

  • ผลกระทบต่อปัจจัยที่ใช้ในการผลิต

    ผลกระทบต่อปัจจัยที่ใช้ในการผลิตของไทยพบว่า การจัดตั้งเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคีระหว่าง ประเทศไทยกับญี่ปุ่นจะส่งผลดีต่อผู้ที่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของปัจจัยที่ดิน และเจ้าของปัจจัยทรัพยากร ธรรมชาติที่ได้รับประโยชน์อย่างมากจากความต้องการสินค้าในกลุ่มเกษตรที่สูงขึ้น (ตารางที่ 3)

ตารางที่ 3 : ผลกระทบต่อปัจจัยที่ใช้ในการผลิต จากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีของไทย

(หน่วย: เปอร์เซ็นต์ที่เปลี่ยนแปลง)

ผลกระทบต่อปัจจัยที่ใช้
ในการผลิตของไทย

ผลกระทบต่อปัจจัยที่ใช้
ในการผลิตของญี่ปุ่น

Land

66.48

-3.32

UnSkilled Labor

4.47

0.21

Skilled Labor

3.44

0.23

Capital

3.38

0.21

Natural Resources

13.92

-1.79

  • ผลกระทบต่อภาคการผลิตของไทย

    ผลกระทบต่อภาคการผลิตของไทยพบว่า ภาคการผลิตที่ได้รับประโยชน์จากการจัดตั้งเขตการค้า เสรีแบบทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น เนื่องจากความต้องการสินค้าในภาคการผลิตดังกล่าวมีมากขึ้น คิดเป็นมูลค่าการผลิตที่เพิ่มขึ้น สูงสุด 5 อันดับแรก คือ ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป (เพิ่มขึ้น 5,462 ล้านเหรียญสหรัฐ) สินค้าข้าว (เพิ่มขึ้น 813 ล้านเหรียญสหรัฐ) สิ่งทอและ เครื่องแต่งกาย (เพิ่มขึ้น 694 ล้านเหรียญสหรัฐ) ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ (เพิ่มขึ้น 380 ล้านเหรียญสหรัฐ) และผลิตภัณฑ์จากนม (เพิ่มขึ้น 180 ล้านเหรียญสหรัฐ)

    สำหรับภาคการผลิตของไทยที่จะเสียประโยชน์จากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น เนื่องจากความต้องการสินค้าที่ผลิตภาย ในประเทศลดลง โดยมีการทดแทนสินค้าที่ผลิตในประเทศจากการนำเข้าที่มากขึ้น คิดเป็นมูลค่าการผลิตที่ลดลงมากสุด 5 อันดับแรกคือ ยานยนต์ (ลดลง 3,670 ล้านเหรียญสหรัฐ) เคมีภัณฑ์ (ลดลง 1,731 ล้านเหรียญสหรัฐ) สินค้าเกษตรอื่นๆ (ลดลง 453 ล้านเหรียญสหรัฐ) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (ลดลง 409 ล้านเหรียญสหรัฐ) และสินค้าเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่นๆ (ลดลง 327 ล้านเหรียญสหรัฐ)

ตารางที่ 4 : ผลกระทบต่อมูลค่าการผลิต จากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีของไทย จำแนกตามรายอุตสาหกรรม

(หน่วย: ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ)  

รายการ

ผลกระทบต่อมูลค่าการผลิตของไทย

ผลกระทบต่อมูลค่าการผลิตของญี่ปุ่น

Pre

Post

Change

Pre

Post

Change

Grains

3,815.8

4,629.1

813.3

24,615.4

24,244.5

-370.9

Other crops

6,648.0

6,195.0

-453.0

46,891.8

46,814.0

-77.8

Animal products

2,967.1

3,346.8

379.7

23,280.0

23,133.2

-146.9

Forestry and fishing

3,830.8

3,938.3

107.6

24,777.6

24,702.2

-75.4

Dairy products

879.4

1,059.9

180.5

19,183.3

19,114.7

-68.6

Processed food products

24,375.6

29,837.8

5,462.1

316,745.9

313,112.3

-3,633.6

Textiles and apparel

24,913.8

25,607.9

694.2

105,024.7

104,225.8

-798.9

Coal, oil and gas

3,122.5

3,046.7

-75.8

12,350.6

12,332.4

-18.2

Lumber

2,691.7

2,456.6

-235.1

34,089.3

34,105.7

16.5

Pulp and paper products

3,959.2

3,896.2

-63.0

159,148.9

159,073.7

-75.2

Petroleum and coal products

7,626.0

7,636.3

10.3

58,202.3

58,216.1

13.8

Chemicals

19,404.4

17,673.4

-1,731.0

386,807.2

387,993.1

1,185.9

Metals

4,770.6

4,449.1

-321.5

224,249.5

225,392.8

1,143.3

Metal products

2,618.2

2,468.6

-149.5

130,574.0

130,967.1

393.1

Electronic equipment

25,621.3

25,212.3

-409.1

421,494.1

421,570.0

75.9

Mo tor vehicles

15,643.0

11,972.7

-3,670.4

314,604.9

318,441.0

3,836.1

Other transportation equipment

976.0

1,028.5

52.5

44,675.7

45,074.2

398.5

Machinery NEC*

12,105.4

11,777.9

-327.4

329,053.4

329,698.6

645.2

Manufactures NEC*

8,060.8

7,748.2

-312.6

329,053.4

329,698.6

645.2

    *NEC = not elsewhere classified
  • ผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน การศึกษานี้ได้มีการวิเคราะห์ว่า หากไทยเปิดเสรีกับญี่ปุ่น จะมีความท้าทาย ความเสี่ยง และข้อสงสัยใดบ้าง ในที่นี้ได้มีการวิเคราะห์ว่าสินค้าที่เข้าข่ายเกื้อกูลกับการเปิดเสรีกับญี่ปุ่นมีอยู่ 129 รายการ คิดเป็นร้อยละ 7 ของมูลค่า ส่งออกสินค้าของไทยในปี 2544 ซึ่งไทยมีความสามารถในการส่งออก และญี่ปุ่นก็มีความสามารถในการนำเข้า (ดัชนี RCATX> 1, RCAJM> 1) อัตราภาษีนำเข้าของญี่ปุ่นปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 12 ขณะเดียวกันก็มีสินค้าเกื้อกูลที่ไทยนำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 12 ของมูลค่านำเข้าสินค้า ของไทย อัตราภาษีร้อยละ 9 การลดภาษีในกลุ่มสินค้านี้ ก็จะมีประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เนื่องจากเป็นสินค้าที่มี RCA ในการส่งออก>1 ทั้งคู่ ถือเป็น Win-Win

    สำหรับสินค้าที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก็คือกลุ่มสินค้าที่ไทยต้องการนำเข้าจากญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นไม่มีความสามารถในการแข่งขัน 140 รายการ อัตราภาษีในไทยปัจจุบันสูง กว่าร้อยละ 9 หากไทยเปิดให้ญี่ปุ่น แต่ไม่เปิดให้ประเทศอื่น เท่ากับเป็นการขยายความคุ้มครองให้กับผู้ผลิตญี่ปุ่น หรือเกิด Trade Diversion วิธีที่จะละลายผลเบี่ยง เบนนี้ ก็คือ ต้องเปิดในลักษณะ MFN ให้มากที่สุด ความเสี่ยงก็จะหายไป นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่มสงสัย คือ ไทยส่งออกไม่เก่ง แต่ญี่ปุ่นเปิดตลาดให้ไทย โดย ให้สิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งทำให้ไทยส่งออกได้ แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีความยั่งยืนหรือไม่ แค่ไหน ซึ่งกลุ่มนี้ขนาดก็ไม่มากนัก (ตารางที่ 5)

ตารางที่ 5 : ผลกระทบของการลดภาษีศุลกากรกรณีเขตการค้าเสรีไทย - ญี่ปุ่น

ประเมินผลการเปิด
เขตการค้าเสรี
ไทย - ญี่ปุ่น

จำนวน

สินค้า

มูลค่าการค้าของไทย

ปี 2001 (1000USD)

มูลค่าการค้าของญี่ปุ่น

ปี 2001 (1000USD)

อัตราภาษีศุลกากร

ขาเข้าเฉลี่ยของไทย

อัตราภาษีศุลกากร

ขาเข้าเฉลี่ยของญี่ปุ่น

ส่งออก
ไปญี่ปุ่น

%ของมูลค่า ส่งออก
ของไทย

ส่งออก
ไปไทย

%ของมูลค่า
ส่งออก
ของญี่ปุ่น

อัตรา
เดิม

อัตราหลัง
FTA
(ไทย-ญี่ปุ่น)

อัตรา
เดิม

อัตราหลัง
FTA
(ญี่ปุ่น -
สิงค์โปร์)

1. โอกาส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- ลดภาษีในรายการสินค้า
ที่เกื้อกูลกันที่ไทยส่งออก
(RCA x T > 1 และ
RCA m J > 1)

129

4,574,889

7.03

1,281,773

0.32

18.96

9.13

12.98

0.00

- ลดภาษีในรายการสินค้า
ที่เกื้อกูลกันที่ไทยนำเข้า
(RCA m T > 1 และ
RCA x J > 1)

151

1,963,483

3.02

5,327,680

1.32

9.31

4.00

4.07

0.02

2. ท้าทาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- ลดภาษีสินค้าที่แข่งขันกัน
แต่ไทยมีความสามารถใน
การแข่งขันสูงกว่าของญี่ปุ่น (RCA x T > RCA m J > 1)

50

1,977,765

3.04

1,341,281

0.33

12.89

4.82

4.34

0.05

- ลดภาษีสินค้าที่แข่งขันกัน
แต่ไทยมีความสามารถใน การแข่งขันต่ำกว่าญี่ปุ่น
(RCA x J > RCA x T > 1)

34

744,985

1.14

1,589,779

0.39

14.52

7.02

3.97

0.00

3. ความเสี่ยง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- ลดภาษีในรายการสินค้า
ที่ไทยต้องการนำเข้าแต่
ญี่ปุ่นไม่มีความสามารถ
ในการแข่งขัน
(RCA m T > 1 และ
RCA x J <1 )

140

1,640,918

2.64

-

-

9.27

4.88

11.32

0.00

4. สงสัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- ลดภาษีในรายการสินค้า
ที่ญี่ปุ่นต้องการนำเข้าแต่
ไทยไม่มีความสามารถใน
การแข่งขัน
(RCA m J > 1 และ
RCA x T <1 )

168

1,337,264

0.38

-

-

11.29

6.12

8.36

0.02

3) ยุทธศาสตร์ในการเจรจากับประเทศญี่ปุ่น ในส่วนนี้เป็นการเปรียบเทียบผลการศึกษาที่ได้ในกรณีที่มีการปรับลดอัตราภาษีลงทั้งสองประเทศ (ตารางที่ 2) กับผลที่ได้จากแบบจำลองในลักษณะที่ประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงฝ่ายเดียวดำเนินการปรับลดมาตรการทางการค้าที่เป็นภาษี เพื่อนำมาเป็น แนวทางในการเสนอแนะยุทธศาสตร์ในการเจรจาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด ผลจากแบบจำลองที่ได้ในกรณีที่ประเทศไทยดำเนินการ ปรับลดอัตราภาษีศุลกากรนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นลงเพียงฝ่ายเดียวแสดงไว้ในตารางที่ 6

ตารางที่ 6 ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคจาก FTA ไทย- ญี่ปุ่น ในกรณีที่ไทยดำเนินการปรับลดมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าแต่เพียงฝ่ายเดียว

ผลต่อเศรษฐกิจมหภาค

ผลกระทบต่อประเทศไทย   

ผลกระทบต่อญี่ปุ่น

Norminal GDP (Percent)

-1.83

0.34

Import Value (Percent)

8.57

0.70

Export Value (Percent)

5.03

0.57

Terms of Trade (Percent)

-1.19

0.40

Trade Balance ($US million)

-2,303.7

-61.6

Equivalent Variation ($ US mil)

-414.9

2136.5

สำหรับผลที่ได้ในกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นดำเนินการปรับลดมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยลงแต่เพียงฝ่ายเดียว ได้แสดงไว้ในตารางที่ 7

ตารางที่ 7 ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาค จากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีของไทยในกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นดำเนินการปรับลดมาตรการภาษีนำเข้าแต่เพียงฝ่ายเดียว

รายการ

ผลกระทบต่อประเทศไทย

ผลกระทบต่อประเทศ ญี่ปุ่น

Norminal GDP (Percent)

5.72

-0.29

Import Value (Percent)

3.21

0.91

Export Value (Percent)

4.09

0.63

Terms of Trade (Percent)

3.84

-0.40

Trade Balance ($US million)

722.2

-634.4

Equivalent Variation ($ US mil.)

3,626.5

-2,211.8

เมื่อพิจารณาผลกระทบต่อทั้งมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศและสวัสดิการสังคมของไทยค่อนข้างเป็นที่ชัดเจนว่า การปรับลดอัตราภาษีศุลกากร นำเข้าในกรณีที่ประเทศคู่เจรจาทวิภาคีปรับลดแต่เพียงฝ่ายเดียว (Unilateral Apprach) จะส่งผลดีต่อประเทศไทยมากที่สุด ดังเช่นการจัดตั้งเขตการค้า เสรีแบบทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่นในกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นปรับลดภาษีศุลกากรนำเข้าแต่เพียงฝ่ายเดียว จะทำให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5.72 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าผลที่ได้ในกรณีที่ประเทศไทยปรับลดภาษีศุลกากรนำเข้าลงแต่เพียงฝ่ายเดียวที่มูลค่าผลิตภัณฑ์มวล รวมในประเทศไทยกลับลดลงร้อยละ 1.83 และมากกว่าในกรณีที่ทั้ง 2 ประเทศปรับลดอัตราภาษีศุลกากรนำเข้าลงและทำให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ของไทยจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.35 เป็นต้น

ผลที่ได้ในส่วนนี้สนับสนุนความเชื่อทั่วไปที่ว่า หนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญของการเจรจาในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคีของไทย คือ การพยายามให้ประ เทศคู่เจรจาทวิภาคีดำเนินการปรับลดมาตรการกีดกันทางการค้าจากเดิมลงให้มากที่สุด โดยผลที่ได้จากแบบจำลองในส่วนนี้ชี้ว่า การจัดตั้งเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคี ของประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น หากประเทศคู่เจรจาทวิภาคีของไทยมิได้ดำเนินการปรับลดมาตรการกีดกั้นทางการค้าลง ประโยชน์ที่ได้จากการจัดตั้งเขตการค้า เสรีต่อเศรษฐกิจมหภาคและต่อสวัสดิการสังคมของไทยจะน้อยกว่าในกรณีที่ประเทศคู่เจรจาดำเนินการปรับลดมาตรการทางการค้าลง แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า การจัดตั้งเขตการเสรีแบบทวิภาคีโดยที่ประเทศคู่เจรจาดำเนินการปรับลดมาตรการกีดกันทางการค้าลงมากที่สุดจะส่งผลบวกกับประเทศไทยเสมอไป ดังนั้น การนำ ผลที่ได้ในส่วนนี้ไปใช้ในทางปฏิบัติจำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวัง ยิ่งไปกว่านั้นผลสรุปที่ได้จากการวิเคราะห์ในส่วนนี้ถูกจำกัดไว้เพียงในกรณีศึกษาของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น สำหรับในกรณีของประเทศอื่นๆ อาจไม่เป็นการถูกต้องที่จะนำผลที่ได้ในส่วนนี้ไปใช้ในการวิเคราะห์

4) สรุปผลกระทบต่อประเทศไทยในภาพรวม จากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคีกับประเทศญี่ปุ่น ได้ดังนี้

  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคของไทย มูลค่าผลผลิตมวลรวมในประเทศของไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้น การค้าระหว่างประเทศของไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งด้านการส่งออกและนำเข้าของไทย โดยอัตราการขยายตัวของการนำเข้าจะเพิ่มสูงกว่าอัตราการขยายตัวของการส่งออก ส่งผลให้ไทยจะขาดดุลการค้ามากขึ้น
  • สวัสดิการสังคมของไทยจะเพิ่มขึ้นจากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคีกับประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากการจัดตั้งเขตการค้าเสรี ทำให้การจัดสรร ทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
  • ผลที่ได้จากแบบจำลองสอดคล้องกับผลจากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นที่ชี้ว่า การจัดตั้งเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคีกับประเทศญี่ปุ่นจะก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อประเทศไทย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเทศญี่ปุ่นจะมีการลดการปกป้องและคุ้มครองภาคการเกษตรลงมาก/น้อยเพียงใด
  • ผลจากแบบจำลองชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของยุทธศาสตร์ในการเจรจาของไทย หากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีโดยที่ประเทศคู่เจรจา ในที่นี้ คือ ประเทศญี่ปุ่น มิได้ดำเนินการปรับลดอัตราภาษีลงจะส่งผลลบต่อไทยมากกว่าในกรณีที่ไม่มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเกิดขึ้น

5.) ผลกระทบในเชิงจุลภาค สำหรับการวิเคราะห์ผลกระทบในเชิงจุลภาค เป็นการวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขัน โดยอาศัยดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบที่ปรากฏ (Revealed Comparative Advantage: RCA) สำหรับรายการสินค้าส่งออก และนำเข้า 20 รายการแรกของไทย และประเทศคู่เจรจา ซึ่งในที่นี้คือ ประเทศญี่ปุ่น (ใช้ข้อมูลการค้าปี ค.ศ. 2001) ผลการศึกษาที่วิเคราะห์ตามมูลค่าการส่งออกของไทย แสดงในตารางที่ 8 และผลการศึกษาที่วิเคราะห์ตามมูลค่าการนำเข้าของไทย แสดงในตารางที่ 9 ดังนี้

ตารางที่ 8 สินค้าส่งออกหลักของไทย 20 อันดับแรก ตามปริมาณการส่งออกปี 2544

HS

RCA x

Thailand

Japan

Product Description

847330

4.47

1.16

ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบ ( นอกจากสิ่งคลุม กระเป๋าบรรจุและที่คล้ายกัน) ที่เหมาะสำหรับใช้เฉพาะหรือส่วนใหญ่ใช้กับเครื่องจักรตามประเภทที่ 84.69 ถึง 84.72 ( ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของเครื่องจักรตามประเภภทที่ 84.71)

854211

1.77

2.04

วงจรรวมและไมโครแอสเซมบลีที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์

847192

3.05

1.20

วงจรรวม และไมโครแอสเซมบลีที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติและหน่วยต่างๆของเครื่องดังกล่าว รวมทั้งเครื่องอ่านข้อมูลระบบแม่เหล็กเรืองแสง เครื่องจักรถ่ายทอดข้อมูลให้เป็นรหัสลงบนสื่อบันทึกข้อมูล และเครื่องจักรสำหรับประมวลข้อมูลดังกล่าว ที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่น

100630

36.13

0.05

ข้าว ( ข้าวที่สีบ้างแล้วหรือสีทั้งหมด จะขัดหรือไม่ก็ตาม)

030613

17.47

0.01

สัตว์น้ำจำพวกครัสตาเซีย จะเอาเปลือกออกหรือไม่ก็ตาม มีชีวิต สดแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง แห้ง ใส่เกลือ หรือแช่ในน้ำเกลือ และสัตว์น้ำจำพวกครัสตาเซียที่ยังไม่เอาเปลือกออกซึ่งทำให้สุกโดยการนึ่งหรือต้ม จะแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง แห้ง ใส่เกลือ หรือแช่น้ำเกลือหรือไม่ก็ตามรวมทั้งสัตว์น้ำจำพวกครัสตาเซียที่ป่นและทำเป็นเพลเลตซึ่งเหมาะสำหรับมนุษย์บริโภค ( กุ้งอื่นๆ)

854219

2.77

1.53

วงจรรวมและไมโครแอสเซมบลีที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์

160520

39.67

0.00

สัตว์น้ำจำพวกครัสตาเซีย โมลลุสก์และสัตว์น้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลังอื่นๆ ที่ปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย ( กุ้ง)

852810

2.81

1.58

เครื่องรับโทรทัศน์ จะมีเครื่องรับวิทยุกระจายเสียงหรือเครื่องบันทึกเสียงหรือถอดเสียง หรือเครื่องบันทึกภาพวีดีโอและถอดภาพวีดีโอประกอบร่วมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งวีดีโอมอนิเตอร์และเครื่องฉายวีดีโอ

711319

4.00

0.07

เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณและส่วนประกอบของดังกล่าว ทำด้วยโลหะมีค่า หรือทำด้วยโลหะที่หุ้มติดด้วยโลหะมีค่า

- ทำด้วยโลหะมีค่า จะชุบหรือหุ้มติดด้วยโลหะมีค่าหรือไม่ก็ตาม ( ทำด้วยโลหะมีค่าอื่นๆ จะชุบหรือหุ้มติดด้วยโลหะมีค่าหรือไม่ก็ตาม)

853400

3.99

1.82

วงจรพิมพ์

160414

36.24

0.07

ปลาที่ปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย คาร์เวียร์และของที่ใช้แทนคาร์เวียร์ที่ทำจากไข่ปลา ( ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ก และปลาโบนิโต ( ชนิดซาร์ดา) )

850110

9.40

1.09

มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ( ไม่รวมถึงชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า) ( มอเตอร์ที่ให้กำลัง ( ไม่เกิน 37.5 วัตต์)

400121

71.88

0.01

ยางธรรมชาติ บาลาตา กัตตาเปอร์ชา กวายูล ชิเคิล และกัมธรรมชาติที่คล้ายกัน ในลักษณะขั้นปฐม หรือเป็นแผ่น แผ่นบางหรือเป็นแถบ ( ยางแผ่นรมควัน)

020741

9.70

0.01

เนื้อและส่วนอื่นที่บริโภคได้ของสัตว์ปีกเลี้ยงตามประเภทที่ 01.05 สด แช่เย็นหรือแช่เย็นจนแข็ง

400129

68.02

0.01

ยางธรรมชาติ บาลาตา กัตตาเปอร์ชา กวายูล ชิเคิล และกัมธรรมชาติที่คล้ายกัน ในลักษณะขั้นปฐม หรือเป็นแผ่น แผ่นบางหรือเป็นแถบ ( ในลักษณะขั้นปฐม, เป็นแผ่น แผ่นบางหรือเป็นแถบ, บาลาตา กัตตาเปอร์ชา กวายูล ชิเคิล และกัมธรรมชาติที่คล้ายกัน)

852290

5.17

2.21

ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบที่เหมาะสำหรับใช้เฉพาะหรือส่วนใหญ่ใช้กับของตามประเภทที่ 85.19 ถึง 85.21 ( อื่นๆ)

841510

13.21

0.02

เครื่องปรับอากาศที่ประกอบด้วยพัดลมซึ่งขับด้วยมอเตอร์และมีส่วนที่ใช้สำหรับเปลี่ยนอุณหภูมิและความชื้น รวมถึงเครื่องจักรดังกล่าวที่ไม่สามารถแยกควบคุมความชื้นต่างหากได้ ( แบบติดหน้าต่างหรือติดผนัง ที่มีส่วนประกอบสมบูรณ์ในตัวหรือเป็น " ระบบแยกส่วน")

170111

11.67

0.00

น้ำตาลที่ได้จากอ้อยหรือหัวบีต และซูโครสที่บริสุทธิ์ในทางเคมีในลักษณะของแข็ง

- น้ำตาลดิบ ที่ไม่เติมสารปรุงกลิ่นรสหรือสารแต่งสี ( น้ำตาลที่ได้จากอ้อย)

851782

6.79

0.59

เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์หรือโทรเลขแบบใช้สาย รวมถึงเครื่องโทรศัพท์แบบใช้สายพร้อมด้วยปากพูดหูฟัง ( แฮนด์เซต) ไร้สาย และเครื่องอุปกรณ์โทรคมนาคมสำหรับใช้กับระบบแคร์ริเออร์เคอร์เรนต์ไลน์หรือระบบดิจิตัลไลน์รวมทั้งโทรศัพท์ภาพ ( วีดีโอโฟน)

870323

0.25

3.04

รถยนต์และยานยนต์อื่นๆ ที่ออกแบบสำหรับขนส่งบุคคลเป็นหลัก ( นอกจากของตามประเภทที่ 87.02 ) รวมถึงสเตชั่นแวกอนและรถแข่ง ( รถบรรทุกคนไข้ที่ใช้สำหรับส่วนราชการ โรงพยาบาลหรือองค์การสาธารณกุศลซึ่งพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจอธิบดีกรมศุลกากร และจำนวนพอสมควรแก่กิจการนั้นๆ, รถนั่งแบบจิ๊ปทั้งชนิดหลังคาอ่อนและหลังคาแข็ง รวมถึงชนิดสเตชั่นแวกอนและรถที่มีลักษณะคล้ายกับรถดังกล่าว, อื่นๆ)

จากรายการสินค้าดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าในหมวดสินค้าส่งออกหลักของไทย (20 อันดับแรกของการส่งออกรวมของประเทศ) มีค่าดัชนีชี้วัด ความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบต่ำกว่าประเทศญี่ปุ่นอยู่เพียง 2 รายการ ได้แก่ รายการพิกัด HS 854211 และ รายการพิกัด HS 870323 ซึ่งแสดงถึง ความสามารถในการแข่งขันที่ต่ำกว่าคู่แจรจา การเปิดเสรีทางการค้าโดยการปรับลดอัตราภาษีศุลกากร มีความเป็นไปได้ที่สินค้าในรายการเหล่านี้จะได้รับ ผลกระทบ ทั้งนี้ ท่าทีในการเจรจาล่าสุดญี่ปุ่นพยายามผลักดันให้มีการลดภาษีในหมวดยานยนต์และชิ้นส่วน (HS 8703) ซึ่งการเจรจาล่าสุด (ครั้งที่ 7: 29 มีนาคม – 1 เมษายน 2548 ที่เขาใหญ่) ไทยยืนยันที่จะจัดอยู่ในรายการสินค้าอ่อนไหว (Sensitive List)

ตารางที่ 9 สินค้านำเข้าหลักของไทย 20 อันดับแรก ตามปริมาณการนำเข้าในปี 2544

HS

RCA m

Thailand

Japan

Product Description

270900

0.11

0.00

น้ำมันปิโตรเลียมดิบและน้ำมันดิบที่ได้จากแร่บิทูมินัส

854290

3.24

4.19

วงจรรวมและไมโครแอสเซมบลีที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์ ( ส่วนประกอบ)

847330

4.47

1.16

ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบ ( นอกจากสิ่งคลุม กระเป๋าบรรจุและที่คล้ายกัน) ที่เหมาะสำหรับใช้เฉพาะหรือส่วนใหญ่ใช้กับเครื่องจักรตามประเภทที่ 84.69 ถึง 84.72 ( ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของเครื่องจักรตามประเภภทที่ 84.71)

854211

1.77

2.04

วงจรรวมและไมโครแอสเซมบลีที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์

870899

0.32

1.32

ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบของยานยนต์ตามประเภทที่ 87.01 ถึง 87.05 ( อื่นๆ)

852520

0.17

0.40

เครื่องส่งสำหรับวิทยุโทรศัพท์ วิทยุโทรเลข วิทยุกระจายเสียง หรือโทรทัศน์ จะมีเครื่องรับ หรือเครื่องบันทึกเสียงหรือถอดเสียงประกอบร่วมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งกล้องถ่ายโทรทัศน์ กล้องถ่ายบันทึกวิดีโอภาพนิ่งและกล้องถ่ายบันทึกวิดีโออื่นๆ รวมทั้งกล้องถ่ายบันทึกภาพดิจิตัล ( เครื่องส่งที่มีเครื่องรับประกอบร่วมอยู่ด้วย)

710812

0.13

0.16

ทองคำ ( รวมถึงทองคำชุบด้วยแพลทินัม) ยังไม่ได้ขึ้นรูป หรืออยู่ในลักษณะกึ่งสำเร็จรูปหรือเป็นผง

- อื่นๆ ในลักษณะที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป

880240

0.00

0.00

อากาศยานอื่นๆ ( เช่น เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน) ยานอวกาศ ( รวมถึงดาวเทียม) ยานปล่อยในวงโคจรย่อย และยานปล่อยยานอวกาศ

- เครื่องบินและอากาศยานอื่นๆที่มีน้ำหนักไม่รวมน้ำหนักบรรทุกเกิน 15,000 กิโลกรัม

732690

0.86

0.49

ของอื่นๆทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า ( อื่นๆ)

392690

0.73

0.48

ของอื่นๆทำด้วยพลาสติก และของที่ทำด้วยวัตถุอื่นๆตามประเภทที่ 39.01 ถึง 39.14 ( อื่นๆ)

271121

0.00

0.00

ก๊าซปิโตรเลียม และก๊าซไฮโดรคาร์บอนอื่นๆ

- ก๊าซธรรมชาติ

854011

2.45

0.82

หลอดเทอร์มิโอนิก หลอดโคลด์แคโทด หรือหลอดโฟโตแคโทด ( เช่น หลอดสูญญากาศ หลอดบรรจุไอหรือก๊าซ หลอดเมอร์คิวรีอาร์กสำหรับกลับกระแสไฟฟ้า หลอดแคโทดเรย์ ( หลอดของกล้องถ่ายโทรทัศน์)

- หลอดภาพแคโทดเรย์ของเครื่องรับโทรทัศน์ รวมถึงหลอดแคโทดเรย์ของวิดีโอมอนิเตอร์ ( สี)

271099

0.90

0.01

น้ำมันปิโตรเลียมและน้ำมันที่ได้จากแร่บิทูมินัส นอกจากที่เป็นน้ำมันดิบรวมทั้งสิ่งปรุงแต่งที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่น ซึ่งมีน้ำมันปิโตรเลียมหรือน้ำมันที่ได้จากแร่บิทูมินัสตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไปโดยน้ำหนัก ซึ่งน้ำมันเหล่านี้เป็นองค์ประกอบหลักของสิ่งปรุงแต่งนั้น

- เศษน้ำมัน ( อื่นๆ)

880330

0.06

0.71

ส่วนประกอบของของตามประเภทที่ 88.01 หรือ 88.02

- ส่วนประกอบอื่นๆของเครื่องบิน หรือเฮลิคอปเตอร์

847989

0.31

3.70

เครื่องจักรและเครื่องใช้กลที่มีหน้าที่การทำงานเป็นเอกเทศ ที่ไม่ได้ระบุหรือรวมไว้ในที่อื่นในตอนนี้ ( อื่นๆ)

520100

0.00

0.00

ฝ้าย ไม่ได้สางหรือหวี

854219

2.77

1.53

วงจรรวมและไมโครแอสเซมบลีที่ใช้ในทางอิเล็กทรอนิกส์

853710

2.67

2.19

แป้น แผง คอนโซล โต๊ะ ตู้ และฐานรองรับอื่นๆ ที่ติดตั้งด้วยเครื่องอุปกรณ์ตามประเภทที่ 85.35 หรือ 85.36 ตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปเพื่อควบคุมไฟฟ้าหรือเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้า รวมถึงของดังกล่าวที่มีอุปกรณ์หรือเครื่องอุปกรณ์ในตอนที่ 90 ประกอบร่วมอยู่ด้วย และเครื่องอุปกรณ์ควบคุมเชิงตัวเลข นอกจากเครื่องอุปกรณ์ตัดต่อสัญญาณตามประเภทที่ 85.17 ( สำหรับแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 1,000 โวลต์)

853400

3.99

1.82

วงจรพิมพ์

851730

0.40

0.23

เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์หรือโทรเลขแบบใช้สาย รวมถึงเครื่องโทรศัพท์แบบใช้สายพร้อมด้วยปากพูดหูฟัง ( แฮนด์เซต) ไร้สาย และเครื่องอุปกรณ์โทรคมนาคมสำหรับใช้กับระบบแคร์ริเออร์เคอร์เรนต์ไลน์หรือระบบดิจิตัลไลน์รวมทั้งโทรศัพท์ภาพ ( วีดีโอโฟน)

- เครื่องอุปกรณ์ตัดต่อสัญญาณสำหรับโทรศัพท์หรือโทรเลข

จากรายการสินค้าข้างต้น เป็นการศึกษาความสามารถในการแข่งขันของรายการสินค้านำเข้าของไทย โดยพิจารณาจากดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ (RCA) พบว่า สินค้านำเข้าหลักของไทย (มูลค่าการนำเข้า 20 อันดับแรกของไทย) บางรายการมีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่าคู่เจรจา คือ มีความได้เปรียบ โดยเปรียบเทียบเหนือกว่าคู่เจรจา แสดงถึงการบิดเบือนทางการค้า เนื่องจาก โดยปกติประเทศควรนำเข้าสินค้ารายการที่ไม่มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ และ ส่งออกสินค้าที่มีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ จึงจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการเปิดเสรีทางการค้า ดังนั้น จากผลการศึกษานี้ จึงมีข้อสังเกตว่าน่าจะมีประเด็น ที่บริษัทแม่ส่งมายังบริษัทลูกในเครือ หรือเป็นการบิดเบือนทางการค้า ได้แก่ การใช้มาตรการทางการค้าที่เป็นภาษี และไม่ใช่ภาษี ในส่วนของไทย หรือของคู่เจรจา ที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศ

โดยสรุป จากการประเมินความสามารถในการแข่งขันของไทยกับญี่ปุ่น มีสินค้าอ่อนไหวที่ฝ่ายไทยต้องต่อรองกับฝ่ายญี่ปุ่นมีไม่มากนัก เช่น เหล็ก เคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งก็เป็นรายการสินค้าที่ไทยมี FTA กับออสเตรเลียอยู่แล้ว ไทยควรขอสิทธิอย่างน้อยเท่ากับที่ไทยได้จากออสเตรเลีย

นอกจากนี้ จากการศึกษาของ Dr. Kenichi Kawasaki, Research Institute of Economy, Trade and Industry (RIETI), Japan**** พบว่า สินค้าที่ไทยได้ประโยชน์ก็คือ กลุ่มสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร แต่ญี่ปุ่นจะได้ประโยชน์ในกลุ่ม เคมีภัณฑ์ เหล็ก อุปกรณ์การขนส่ง และเครื่องจักรและอุปกรณ์ นอกจากนี้ ยังได้สรุปถึงผลกระทบเชิง Static ของการเปิดเสรีการค้าว่าจะมีผลต่อการขยายตัวของการส่งออก และการผลิตสินค้า และการจัดสรรทรัพยากรของทั้งสอง ประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และผลกระทบเชิง Dynamic พบว่าจะมีผลต่อการสะสมทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และส่งผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของทั้งสองประเทศ

 


 

 
  *การประมวลและกลั่นกรองรายงานการศึกษาวิจัยของ ดร. วิศาล บุปผเวส และคณะ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในการสัมมนา FPRI-FTA SEMINAR SERIES เอกสารประกอบการนำเสนอสามารถ download ได้จาก Website: www.FTAMonitoring.org และรายงานผลการศึกษาวิจัยของ ศูนย์ศึกษา เศรษฐกิจระหว่างประเทศและการพัฒนา คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (พฤษภาคม 2548)
**เจรจาเสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคม คาดว่าจะมีการลงนามได้ประมาณ เมษายน 2549
***รายงานการศึกษาผลกระทบการจัดตั้งเขตการค้าเสรีไทย- ญี่ปุ่น ของศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการพัฒนา คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (พฤษภาคม 2548)
****เป็นการนำเสนอ ในการสัมมนา FPRI-FTA SEMINAR SERIES เอกสารประกอบการนำเสนอสามารถ download ได้จาก Web Site: www.FTAMonitoring.org
   
 
 
     
About Us   l   FTA News & Update   l   FTA Library   l   Web Board   l   FAQs   l   Contact Us
 
Powered by Fiscal Policy Research Institute Foundation
Tipco Tower, 30th Floor, 118/1 Rama 6 Road, Samsen Nai, Phayathai, Bangkok 10400
Tel. 02-357-3490-6 Fax. 02-357-3499 e-mail. fta@fispri.org

Copyright © 2004-2007. All rights reserved