- ภาพรวมการค้า
- การค้าระหว่างประเทศของไทยกับประเทศคู่ค้าสําคัญ: ส่วนแบ่งตลาดของประเทศญี่ปุ่นสูงสุดเป็นลำดับแรก (18%)
ในปี 2548 ไทยมีมูลค่าการค้ากับโลกประมาณ 9.2 ล้านล้านบาท จำแนกเ็ป็็นมูลค่าการส่งออกประมาณ 4.44 ล้านล้านบาท และเป็นมูลค่าการนำเข้า
ประมาณ 4.76 ล้านล้านบาท ไทยมีสัดส่วนมูลค่าการค้า (ส่วนแบ่งตลาด) กับประเทศญี่ปุ่น เป็นอันดับหนึ่ง (ร้อยละ 18) มูลค่าการค้าของไทยกับญี่ปุ่น
ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 14 .6 รองลงมา ลำดับสอง คือ สหรัฐฯ (ร้อยละ 11.2) มูลค่าการค้าของไทยกับสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ
12.9 ลำดับสาม คือ จีน (ร้อยละ 8.9) ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า มูลค่าการค้าของไทยกับจีน ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนมากถึงร้อยละ 32.8
สําหรับส่วนแบ่งตลาดด้านมูลค่าการส่งออกของไทยไปประเทศคู่ค้า อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐฯ (ร้อยละ 15.4) รองลงมา คือ ญี่ปุ่น (ร้อยละ 13.7) และจีน
(ร้อยละ 8.3) ตามลําดับ อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้จีนจะยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับสามรองจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่น แต่อัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออก
ในตลาดจีนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากถึงร้อยละ 28.8 ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 และ 11.8 ตามลำดับ
ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดด้านมูลค่าการนําเข้าของไทยจากประเทศคู่ค้า อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น (ร้อยละ 22.0) รองลงมา คือ จีน (ร้อยละ 9.4) และสหรัฐฯ (ร้อยละ 7.3)
ตามลําดับ ทั้งนี้ หากพิจารณาเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า จะเห็นได้ชัดว่ามูลค่าการนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นสูงมากถึงร้อยละ 36.2 ขณะที่การนำเข้าจากญี่ปุ่น และสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 20.0 และ 16.3 ตามลำดับ
ไทยขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นเป็นอันดับแรกประมาณ 4.4 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 23) ขณะที่เกินดุลกับสหรัฐฯ ประมาณ 3.3 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.6)
และขาดดุลการค้ากับจีนกว่า 8 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 84)
- การค้าไทย- ญี่ปุ่น ปี 2548: ไทยส่งออกไปยังญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 11.8 % ขณะเดียว
กันนำเข้าเพิ่มขึ้น 20%
มูลค่าการส่งออกของไทยไปญี่ปุ่น ในปี 2548 อยู่ที่ 6.1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สินค้าส่งออกสําคัญ 10 รายการแรก
ประกอบด้วย สินค้าที่มีมูลค่าส่งออก เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า (เพิ่มขึ้น 36.8%) คอมพิวเตอร์ (เพิ่มขึ้น 20.4%)
ยางพารา (เพิ่มขึ้น 13.5%) รถยนต์และอุปกรณ์ ( 4.4%) อาหารทะเล (เพิ่มขึ้น 0.8%) เลนซ์ (เพิ่มขึ้น 11.6%) และเครื่องโทรสาร (เพิ่มขึ้น 35.6%)
ขณะที่สินค้ส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นที่มีมูลค่า ลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของ
ปีก่อน ได้แก่ เครื่องรับวิทยุ (ลดลง 10.5%) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (ลดลง 8.1%) และอุปกรณ์กึ่งตัวนําทรานซิสเตอร์และไดโอด (ลดลง 30.0%)
มูลค่าการนําเข้าของไทยจากญี่ปุ่น 1.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 16.3 เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของการนําเข้าสินค้าสําคัญได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า
(เพิ่มขึ้น 41.9%) เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ (เพิ่มขึ้น 31.3%) ผลิตภัณฑ์โลหะ (เพิ่มขึ้น 30.4%) เคมีภัณฑ์ (เพิ่มขึ้น 15.1%) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
(เพิ่มขึ้น 14.1%) สินแร่โลหะและโลหะอื่นๆ (เพิ่มขึ้น 8.0%) ผลิตภัณฑ์พลาสติก (เพิ่มขึ้น 7.8%) เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ (เพิ่มขึ้น 7.1%)
ส่วนประกอบและอุปกรณ์ ประกอบรวมทั้งโครงรถและตัวถัง (เพิ่มขึ้น 4.5%) และแผงวงจรไฟฟ้า (เพิ่มขึ้น 0.4%)
ในปี 2548 ไทยขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่น 4.4 แสนล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ไทยขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่น 3.6 แสนล้านบาท นับว่าไทยขาดดุลการ
ค้ากับญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น กว่า 8 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น ร้อยละ 23.18
|