ความเป็นมา
      ความตกลงการค้าเสรีทวิภาคี (Bilateral Free Trade Agreements: FTAs) เป็นนโยบายที่รัฐบาลปัจจุบันผลักดันมาโดยตลอด โดยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดทำ FTAs เกิดขึ้นระหว่างไทยกับประเทศต่างๆ หลายประเทศ และยังมีแผนการที่จะเจรจาจัดทำ FTAs เพิ่มขึ้นกับอีกหลายประเทศ ในขณะเดียวกัน กระแสต่อต้านการทำ FTAs ก็เกิดขึ้นตามมาด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเจรจาการค้าระดับพหุภาคี (Multilateral Trade Negotiations: MTN) ภายใต้กรอบกฎกติกาองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ชะงักงันจากการที่ประเทศภาคีมีหลายฝักหลายฝ่ายไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้แบบฉันทามติ จึงเกิดความล่าช้าและไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือในภาพรวมก็คือ โลกาภิวัตน์ (Globalization) เป็นผลให้หลายประเทศหันมาให้ความสนใจในการการเจรจาการเปิดการค้าเสรีในระดับทวิภาคีมากขึ้น

      อย่างไรก็ตาม ลำพังเพียงเหตุผลที่ว่าประเทศไทยมีขนาดประชากรไม่มากเมื่อเทียบกับจีน และอินเดีย และด้วยเหตุผลอื่นๆ อาทิ บางประเทศที่ทำ FTA กับไทยเป็นประตูการค้าไปสู่ภูมิภาคนั้นๆ จะทำให้ไทยได้เปรียบ/ประโยชน์ในการขยายตลาดการค้าโดยเฉพาะตลาดการค้าเดิมที่ยังมีปัญหาอุปสรรคในการส่งออกสินค้าและบริการที่ยังมีข้อติดขัดด้านระบบโครงสร้างภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี โดยสถานะความคืบหน้าการจัดทำความตกลงการค้าเสรีทวิภาคีของไทยนับถึงเดือนเมษายน 2548 ปรากฎว่า ได้มีการเจรจาไปแล้วทั้งหมด 8 ประเทศ กับอีก 1 กลุ่มประเทศ โดยจำแนกเป็น (1) ลงนามกรอบความตกลงฯ แล้ว 6 ประเทศ (จีน บาห์เรน อินเดีย เปรู ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) และ(2) มีการเจรจาอย่างจริงจังต่อเนื่อง 2 ประเทศ (สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ) และ 1 กลุ่มประเทศ (BIMST-EC) นอกจากนี้ ยังมีการเจรจากรอบความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับจีน (ASEAN-China FTA) และความเป็นไปได้ในการเจรจาจัดทำเขตการค้าเสรี ไทย-ปากีสถาน และไทย-กลุ่มประเทศ EFTA อีกด้วย

      การเร่งเปิดตลาดการค้าเสรีของรัฐบาลดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากนักวิชาการ ภาคธุรกิจและภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็น ความโปร่งใส (เกณฑ์การเลือกประเทศซึ่งยังขาดข้อมูลการศึกษาวิจัยสนับสนุน) ด้านกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายรัฐธรรมนูญ (เร่งรัดการเจรจาหลายประเทศพร้อมกันทำให้ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามรถอีกทั้งอำนาจการเจรจาต่อรองมีไม่มากจากเส้นตายที่ตัวเองกำหนด และควรหรือมิควรให้รัฐสภาให้สัตยาบันความตกลงฯ ดังกล่าวจากการที่อำนาจอธิปไตแห่งรัฐถูกลิดรอนภายใต้ความตกลงดังกล่าว) และความพร้อมของไทยด้วยประการทั้งปวง ท่ามกลางปัญหาผัก-ผลไม้ที่ผู้ประกอบการฝ่ายไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความตกลงการค้าเสรีไทย-จีนที่ทางการฝ่ายไทยกำลังเร่งแก้ไขปัญหาในทางปฏิบัติกับทางการฝ่ายจีน

      คณะรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) เร่งดำเนินการสะสางปัญหาความไม่พร้อม/ไม่ชัดเจนในกระบวนการเจรจาจัดทำ FTAs ทั้งหมด โดย กนศ. ได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานขึ้น 3 คณะ (ณ ตุลาคม 2547) ประกอบด้วย (1) คณะเจรจาซึ่งได้มีการแต่งตั้งหัวหน้าคณะเจรจาเป็นรายประเทศเพื่อกำหนดท่าทีเจรจา (2) คณะทำงานประสานยุทธศาสตร์และนโยบายการเจรจาการค้าระหว่างประเทศเพื่อเสนอยุทธศาสตร์/ประเด็นการเจรจาเป็นรายประเทศ และ (3) คณะทำงานติดตามผลการเจรจา (FTA) โดยคณะทำงานติดตามฯ ทำหน้าที่เป็นแกนกลางระดมนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญ ความรู้ และความสามารถในด้านการค้าระหว่างประเทศจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมทำงานทั้งในฐานะนักวิจัย และนักวิจารณ์ เพื่อติดตามและประเมินผลกระทบจากการจัดทำ FTA กับประเทศต่างๆ และทำหน้าที่เป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ FTAs ติดตามและประมวลความคิดเห็นของนักวิชาการกลุ่มต่างๆ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและเสนอแนวทางที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเหมาะสมให้แก่ กนศ.และเผยแพร่ใน
www. ftamonitoring.org ต่อไป

วัตถุประสงค์
      เว็บไซต์นี้มุ่งเกาะติดสถานการณ์การจัดทำการเจรจาการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศคู่เจรจาที่สำคัญเพื่อเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นที่เป็นหัวข้อสำคัญในการเจรจา ความคืบหน้าในการเจรจารวมไปถึงการติดตามและประเมินผลกระทบจากการจัดทำเขตการค้าเสรีที่ได้ดำเนินการไปแล้วและที่กำลังจะเดินหน้าต่อ นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางสำหรับให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์แสดงความคิดเห็นและซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดทำเขตการค้าเสรี ซึ่งคำถามเหล่านี้จะถูกนำมาพิจารณาเพื่อหาคำตอบด้วยเหตุผลและเผยแพร่เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ตระหนักถึงโอกาสและภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึงและมีการเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว
 
About Us   l   FTA News & Update   l   FTA Library   l   Web Board   l   FAQs   l   Contact Us
 
Powered by Fiscal Policy Research Institute Foundation
Tipco Tower, 30th Floor, 118/1 Rama 6 Road, Samsen Nai, Phayathai, Bangkok 10400
Tel. 02-357-3490-6 Fax. 02-357-3499 e-mail. FTA

Copyright © 2004-2009. All rights reserved